best counter
Home Blog

คนเกิดเลือดกรุ๊ป B มีความสำคัญไม่เหมือนคนอื่น

0

เจ๊เหมียวเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงมีเลือดกรุ๊ปนี้เป็นแน่ ไม่เหมือนกับคนกรุ๊ปอื่นๆ ใครที่อยู่ในช่วงกรุ๊ป B ลองมาดูกัน เรื่องราวดีๆของคนที่อยู่ในกรุ๊ปนี้ จะมีผลต่อคนรอบข้างเป็นอย่างมาก เป็นสิ่งที่น่าแปลกกว่าคนอื่น เรามาดูว่าจะเป็นอย่างที่เราบอกเลยไม่ ใครที่มีเพื่อนหรือว่าคนรอบกายอยู่ในกรุ๊ปนี้ ก็อย่าลืมที่จะแชร์ให้เพื่อนอ่านดูกันนะคะ
นิสัยคนกรุ๊ปบี B (จะตรงแค่ไหนไปดูกัน)

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีใจบุญมากถึงมากที่สุด

คนกรุ๊ป B ——กรุ๊ปบีเวลาเซ็งๆ แล้วสมองแล่นไอเดียเรื่องแกล้งคนอื่นได้ จะเริ่มมีความสุขทันที

คนกรุ๊ป B ——ถ้าทำผิด แต่คิดว่าตัวเองไม่ผิดคนกรุ๊ปบีก็จะไม่ขอโทษเด็ดขาด

คนกรุ๊ป B ——เวลาที่คนกรุ๊ปบีจริงจัง คนอื่นมักจะดูไม่ออก (นี่จริงจังแล้วหรอ)

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีใช้เงินไม่ค่อยเป็น อยากได้อะไรก็ซื้อเลย ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีมีไอเดียสุดเจ๋ง แต่คนอื่นบอกว่า “รับไม่ได้”

คนกรุ๊ป B ——ชอบทำร้ายคนอื่นด้วย “คำพูด” “กริยาท่าทาง” และ “หางตา”

คนกรุ๊ป B ——ถ้าได้ฟังเพลงจังหวะเศร้าๆ จะบิ้วต์อารมณ์ตามเพลงทันที บางครั้งก็ไม่รู้ว่าเพลงนั้นมีความหมายว่ายังไง

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีชอบหนีไปอยู่ตามลำพังตอนที่สถานการณ์ชุลมุน

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีเป็นพวกหวาดระแวง จะเป็นเอามากตอนเดินคนเดียว

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีเป็นพวกเก็บกด ชอบเก็บความรู้สึกไว้ระเบิดออกทีเดียว

คนกรุ๊ป B ——สามารถสร้างความบระทับใจให้คนอื่นได้

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีใช้เงินไม่ค่อยเป็น อยากได้อะไรก็ซื้อเลย ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีมีไอเดียสุดเจ๋ง แต่คนอื่นบอกว่า “รับไม่ได้”

คนกรุ๊ป B ——สามารถสร้างความบระทับใจให้คนอื่นได้

คนกรุ๊ป B ——ถ้าในหัวไม่มีเรื่องให้ต้องคิดมาก คนกรุ๊ปบีก็จะ “เหม่อ/เพ้อ”

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีเวลาทำของหายชอบโวยวายก่อน (ตามด้วยหา)

คนกรุ๊ป B ——คนกรุ๊ปบีชอบพูดจาหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว กวนตีนทุกคน เราแค่หยอกนะอย่าคิดมาก

คนกรุ๊ป B ——คนกรุีปบีมักจะตอบไม่ตรงคำถาม ถามเรื่องนี้ ไปตอบเรื่องนู้น

คนกรุ๊ป B ——ไม่ชอบจัดข้าวของปล่อยให้รกๆ แหละดี ถ้าจัดแล้วจะหาของไม่เจอ

คนกรุ๊ป B ——ถ้าให้ทำอะไรที่มีสาระมักจะไม่กล้าทำ

คนกรุ๊ป B ——เวลาเดินอยู่คนเดียวจะเก็กเข้ม แต่เวลาอยู่กับเพื่อนสนิทจะติสต์แตก

คนกรุ๊ป B —— ขี้เหงาอยู่คนเดียวไม่ได้ชอบมีเพื่อนเยอะ แต่ อย่าลำเส้น!! จะไม่ชอบเอามากๆ

คนกรุ๊ป B —— จะเบื่อเวลา A ร้องไห้เวลาเสียความรู้สึกหรือน้อยใจ เพราะ B นั้นก็ไม่ค่อยแตกต่างกับ A แต่เก็บอาการดีกว่า

คนกรุ๊ป B —— ถ้าบ้าอะไรจะโคตรบ้าเลย แต่ถ้ามีคนอื่นทำตาม ก็จะเลิกทันทีราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คนกรุ๊ป B ——ไม่มีคำว่าตรงกลาง (สุดโต่ง – เพิกเฉย) ทำอะไรเกิน 100 แต่ถ้า นอยด์ ติดลบ!ไม่แคร์ว่ารอบตัวจะเป็นไง!

คนกรุ๊ป B ——มักถูกใคร ๆ มองว่าเป็นพวกใช้ชีวิตง่าย ๆ สบาย ๆ แต่ที่จริงเป็นคนค่อนข้างคิดมาก บางครั้งเลยถูกหาว่าเป็นนิสัยประจำตัวไปซะแล้ว เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ แม่นมั้ยละ ถ้ายังไงกดแชร์ให้เพื่อนๆด้วยนะคะ

รู้สึกว่าตรงกับตัวเอง และคนรอบข้างใช่ไหม ลองแบ่งไปให้เพื่อนๆรอบข้างได้ดูกันนะ แล้วจะรู้ว่ามันตรงจริงๆ

สาวเห็นโพสต์ประกาศขายรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ราคา 55,000บาท พอตัดสินใจซื้อเท่านั้นแหละถึงกับจุก

0

เจ๊เหมียวมีเรื่องราวที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่พบเห็นโพสต์เป็นจำนวนมาก เมื่อมีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ประกาศขายรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ในราคา 55,000 บาท ซึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีสาวเห็นโพสต์ขายรถนี้จัดตัดสินใจควักเงินซื้อสดทันที แต่พอเลื่อนดูจนครบเท่านั้น พูดไม่ออก งานนี้ฮาลั่นทั้งโซเชียล โดยได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

ราคา 55,000 บาทครับ ฟังไม่ผิดครับ ขออนุญาตปล่อยขายครับ รถปี 2013 จอดไว้ไม่ได้ขับ ภาษีประกัน ไปต่อเอาเองครับ รถผ่อนหมดแล้ว สาเหตุที่ขาย เพราะที่บ้านมีหลายคันแล้ว ตามนี้ครับ

แต่พอมองดูรอบๆคัน พีคสุด

งานนี้ใครจะกล้าซื้อ ถึงกับฮาลั่นกันเลยทีเดียว

แบบนี้ใครจะกล้าซื้อ 55555

สีต้องห้าม กระเป๋าสตางค์ที่ยิ่งใช้ยิ่งจน

0

วันนี้เจ๊เหมียวมีเรื่องที่สาวอยากรู้เกี่ยวกับเคล็ดลับการเสริมดวงให้เฮง จากการใช้กระเป๋าสตางค์ให้ถูกโฉลกตามวันเกิด ในวันนี้เรามาเสริมความร่ำรวยจากสีกระเป๋าสตางค์กัน ใครที่ชีวิตกำลังติดขัด กระเป๋าแบนแฟนทิ้งตลอดทั้งปี ต้องอ่านเลยนะห้ามพลาด ไม่แน่บางทีกระเป๋าคุณนั้นอาจเป็นกาลากิณีก็ได้ สีกระเป๋าสตางค์เรียกทรัพย์ควรเป็นสีอะไร สีต้องห้ามคือสีอะไร!!
คนเกิดวันอาทิตย์

คนที่เกิดวันอาทิตย์ มีแสงส้มที่สมอง จึงมีพลังวิเศษที่คิดอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น และที่วิเศษมากก็คือ ในสิ่งที่คิดมักจะประสบความสำเร็จเสมอ อารมณ์ชัดเจน จริงใจ และใจกว้าง กล้าเสี่ยง และเป็นผู้นำที่ดี ร่ำรวยด้วยความกล้าตัดสินใจ และมองการณ์ไกลเก่งมาก
สรุปลักษณะเด่นภาพรวม เป็นคล่องแคล่ว ว่องไว และเป็นนักคิด กล้าหาญ ใจกว้าง มีเสน่ห์เป็นคนอ่อนโยน และนอบน้อม มีแสงสีส้มที่สมอง
สีต้องห้าม
– สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน เพราะจะทำให้พลังการทำงานหดหาย ไม่กระตือรือร้น อับโชค
สีถูกโฉลก
– สีแดง ช่วยเสริมดวงบริวาร
– สีดำและสีม่วง ช่วยเพิ่มพูนโชคลาภ เงินทอง
– สีชมพู ช่วยเสริมดวงอำนาจ บารมี วาสนา
คนเกิดวันจันทร์

คนที่เกิดวันจันทร์ อ่อนไหวง่าย จึงเป็นคนลังเล มักน้อยใจง่าย ชอบเรียกร้องความสนใจ หน้าตามีเสน่ห์ ถึงจะไม่หล่อและไม่ถึงกับสวยมาก แต่มีความเก๋เท่ เปรี้ยว สะดุดตาแน่นอน นิสัยเจ้าระเบียบ และทำอะไรก็ตาม จะต้องมีแบบแผนเสมอ ดวงตามีลักษณะพิเศษ ใครเห็นจะลุ่มหลง ดวงตาแทนความหมายของความคิด ดื้อเงียบ
สรุปลักษณะเด่นภาพรวม มีเสน่ห์ และหลงตัวเอง เจ้าระเบียบ และชอบการแต่งตัวเนี้ยบเป็นพิเศษ ดวงตาแพรวพราว และเป็นคนดื้อรั้น ดันทุรังสูงมาก ดวงตามีแสงสีชมพู
สีต้องห้าม
– สีแดง เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ไม่น่ามอง ไม่น่าคบหา
สีถูกโฉลก
– สีน้ำตาล สีทอง สีส้ม จะช่วยเสริมดวงโชคลาภ
– สีฟ้า มีคนคอยช่วยเหลือ อุปถัมภ์ ดูแล
– สีม่วงหรือสีดำ เสริมเสน่ห์ มีคนนับหน้าถือตา
คนเกิดอังคาร

คนที่เกิดวันอังคาร มีพลังความร้อนในตัวเอง จึงชอบความเย็นฉ่ำเป็นพิเศษ ไปไหนต้องมีพลังธาตุน้ำติดตัวจะโชคดี ฉับไวและตัดสินใจด้วยตัวเอง พลังแสงสีม่วงเป็นลักษณะพิเศษที่ปรากฏขึ้นในดวงตา แสงสีม่วงจึงทำให้คนที่เกิดวันนี้ มักเป็นคนมีอำนาจหรือมีพลังในตัว คนรอบข้างให้ความยำเกรง งานอดิเรกชอบนอนเป็นพิเศษ นิสัยส่วนตัวเป็นคนเอื้ออาทรมีความเมตตาสูง ชอบเอาชนะ และหากใครท้าทาย ชอบการพนันขันต่อเป็นพิเศษ อารมณ์จริงจังแต่อย่าเครียด รอยยิ้มจะสร้างสันติภาพและเสน่ห์แห่งความสำเร็จ รักเร่ร่อน ต่างคนต่างอยู่หรือต้องอยู่กันไกล แต่หัวใจคิดถึงเสมอ
สรุปลักษณะเด่นภาพรวม ดวงตามีพลังสีม่วง ทำให้เกิดอำนาจสยบศัตรูได้ จริงจัง ตั้งใจ และชอบเอาชนะ ลักษณะพิเศษรอยยิ้มจะทำให้โลกสดใส และหัวใจร่าเริงกับชีวิต อาวุธลับต้องมีกระติกน้ำเย็นใกล้ตัว
สีต้องห้าม
– สีดำ สีม่วง จะส่งผลให้เป็นคนใจร้อน มีแต่ปัญหา
สีถูกโฉลก
– สีชมพู สีเหลือง สีขาว สีครีม ส่งผลให้เป็นคนอ่อนโยน มีสติ
– สีเทา สีเงิน เสริมดวงโชคลาภ เงินทอง
คนเกิดวันพุธ

คนที่เกิดวันพุธ ฉลาดและรอบรู้ มีสมองพิเศษที่มองทะลุเหตุการณ์ไกลๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ เป็นคนเจ้าชู้ และเป็นคนมีความรักหลายคน หลายใจ อยู่เฉยๆหรืออยู่กับที่ไม่ได้ ชอบเดินทาง มักเป็นที่ปรึกษาให้กับคนอื่นๆ เพราะช่างเจรจา เด็ดขาดกับการทำงาน เป็นนักมายากลที่เก่ง เพราะชอบทำสิ่งที่ท้าทาย
สรุปลักษณะเด่นภาพรวม เด่นมากเรื่องเจ้าชู้ มีกระเป๋าหัวใจหลายดวง จอมหลักการ เจรจากับใครน่าเชื่อถือมาก มาดดี มีลิ้นดีเป็นพิเศษ ชอบเดินทางมาก สมองมีพลังพิเศษมองการณ์ไกลเก่ง และทะลุด้วยพลังพิเศษส่วนตัว สมองมีแสงสีฟ้า
สีต้องห้าม
– สีชมพู ส่งผลให้ถูกมองข้าม ไม่มีเสน่ห์ ไม่โดดเด่น
สีถูกโฉลก
– สีเขียว สีขาว สีเหลือง สีครีม และสีคัลเลอร์ฟูล ช่วยเสริมเสน่ห์ มีคนเข้าหา นับถือ มีชื่อเสียง
– สีฟ้า สีน้ำเงิน ช่วยเรียกทรัพย์
คนเกิดวันพฤหัสบดี

คนที่เกิดวันพฤหัสบดี อวดเก่ง มั่นใจในตัวเองสูงมาก สอดรู้สอดเห็น มีลูกน้องหรือบริวารมาก ชอบช่วยเหลือคนอื่น อดทนสูงและเสียสละ อาภัพความรักและชีวิตคู่ ลักษณะพิเศษ เป็นคนที่หูไวมากได้ยินอะไรเร็วกว่าคนอื่น มีพลังแสงสีแดงที่หู
สรุปลักษณะเด่นภาพรวม หูกาง กว้างใหญ่ จึงเป็นคนหูดี ได้ยินเสียงได้พิเศษกว่าคนอื่น สอดรู้สอดเห็น และเป็นคนเสียสละ ชอบช่วยเหลือคนอื่น จนบางครั้งคนรอบข้างรำคาญ มีพลังแสงสีแดงที่หู
สีต้องห้าม
– สีชมพู จะมีแต่เรื่องทำให้เหนื่อยใจ หรือต้องทำงานเหนื่อยตลอด
สีถูกโฉลก
– สีขาว สีครีม สีเหลือง ช่วยเสริมดวงการเงิน เรียกทรัพย์
– สีเขียว สีแดง เสริมเสน่ห์ มีคนคอยอุปถัมภ์ค้ำจุน
คนเกิดวันศุกร์

คนที่เกิดวันศุกร์ คนช่างฝัน นักสร้างสรรค์ และจินตนาการสูง อารมณ์ศิลปิน จึงเอาแต่ใจตัวเอง อ่อนหวานและอ่อนโยน จึงมีพลังดึงดูดให้คนนิยมได้มาก สองอารมณ์ ยามดีก็ดีเหลือเกิน แต่ยามโกรธก็ร้อนระอุเหมือนพายุไฟ ลักษณะเด่นพิเศษริมฝีปากเป็นกระจับ พลังเสียงดีมาก มีพลังพิเศษสามารถหยั่งรู้ความคิดของคนอื่น และสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยพลังสังหรณ์ เซ็กส์จัดมาก
สรุปลักษณะเด่นภาพรวม ริมฝีปากเป็นกระจับเด่นมาก มีพลังพิเศษเฉพาะตัว สามารถรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้ คนสองอารมณ์เวลาใจดีดีสุดยอด แต่หากไม่ได้ดั่งใจหรือโกรธ ก็จะลุยเป็นพายุไฟ ไม่กลัวใคร พลังแสงสีเขียวที่ปาก
สีต้องห้าม
– สีเทาหรือสีเงิน
สีถูกโฉลก
– สีเขียว ส่งผลดีเรื่องเงินโดยตรง
– สีชมพู สีฟ้า สีน้ำเงิน ช่วยเพิ่มพลังดึงดูดให้คนสนใจ อยากเข้าหา
– สีส้ม สีน้ำตาล สีทอง มีคนอุปถัมภ์ค้ำจุน นับหน้าถือตา
– อ่านของตัวเองจบแล้ว อย่าลืมแชร์บอกบุญนะคะ ขอให้เจริญๆ
คนเกิดวันเสาร์

คนที่เกิดวันเสาร์ ชีวิตเปลี่ยนแปลงง่าย หากยากจนจะอดทนต่อสู้จนร่ำรวยได้ แต่หากร่ำรวยจะจนได้ในพริบตาเช่นกัน หูเบา ขี้บ่น แพ้ใจ หากเจอคนพูดเยินยอ ใช้แรงทำงานมากกว่าสมอง จึงเป็นคนซุ่มซ่าม บางครั้งก็เซ่อซ่า ชอบความรุนแรง หรือใจนักเลง บ้าบิ่น ลักษณะเด่นพิเศษ ล้มแล้วลุกสร้างตัวใหม่ได้เร็ว ทำคุณไม่ขึ้น ทำดีกับใคร จงอย่าคาดหวังสิ่งตอบแทน เพราะจะเสียใจแน่นอน
สรุปลักษณะเด่นภาพรวม ลักษณะพิเศษมีพลังชีวิตที่แข็งแรง แกร่ง หากชีวิตล้มลงจะสามารถลุกขึ้นสร้างชีวิตใหม่ได้เร็ว เป็นคนสู้ชีวิต
สีต้องห้าม
– สีเขียว ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เจ็บป่วยง่าย
สีถูกโฉลก
– สีม่วง สีฟ้า สีน้ำเงิน ช่วยเสริมเสน่ห์และความโดดเด่น
– สีแดง ช่วยเสริมดวงโชคลาภ เงินทอง
– สีเทา สีเงิน ช่วยเพิ่มอำนาจ บารมี

ตัวจริงเด็ดกว่าละคร ส่องภาพ “สังทองข์” ชีวิตจริงที่แซ่บยิ่งกว่าในละคร

0

เจ๊เหมียวจะพาเพื่อนๆมาส่องภาพพระเอกละครพื้นบ้านที่ตอนนี้เรตติ้งดีเกินคาดสำหรับละคร สังข์ทอง ซึ่งในเวอร์ชั่น 2018 ก็ได้หนุ่มหล่อหน้าตาดีอย่าง ม่อน สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์ รับบทเป็น พระสังข์ ซึ่งในฉากที่เงาะถอดรูปเป็นพระสังข์ เรียกได้ว่าเรตติ้งเป็นประวัติศาสตร์ของละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่เคยออนแอร์มา ก็เเหม!!!พอถอดรูปแล้วเนี่ยความหล่อของพระสังฆ์ก็ทำเอาสาวๆใจแทบละลาย

หนุ่มม่อนเคยมีผลงานมาก่อนหน้านี้คือเรื่อง 4 ยอดกุมาร รับบทเป็น เจ้าชายชัยชยณต์

แต่ดันมาดังเปรี้ยงเอาเรื่องนี้

ต้องบอกเลยว่าชีวิตจริงของหนุ่มม่อนแซ่บกว่าในละครซะอีก

กล้ามเป็นมัดๆ

เป็นหนุ่มสายสปอร์ตชอบออกกำลังกาย

พูดมาซะขนาดนี้เราไปส่องชีวิตของนางกันเลยดีกว่า

หล่อมาก

พ่อสังข์

หล่อเว่อร์

ว้าวววว

Wow

หุ่นดีมาก

หน้าตาดี

หล่อไปไหน

ล่ำมาก

ดูดี

ฟิน

หน้าตาดีทั้งคู่

โตเป็นสาวแล้ว “น้องนนนี่” ลูกสาว อดีตนางเอกดัง “แอน สิเรียม” ปัจจุบันสวยมาก

0

เจ๊เหมียวมีภาพของแม่ลูกที่น่ารักทั้งคู่มาฝากให้เพื่อนๆได้ชมกันด้วยและเชื่อว่านาทีนี้คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเธอคนนี้อย่างแน่นอน สำหรับ อดีตนางเอกในตำนาน แอน สิเรียม ซึ่งเธอเคยฝากผลงานไว้ในวงการบันเทิงหลายต่อหลายเรื่อง และทุกท่านคงจะทราบดีว่าเธอมีลูกสาวสุดน่ารักกับอดีตสามีคนแรก อยู่ 1 คน ชื่อว่า น้องนนนี่ ที่ปัจจุบันก็เริ่มโตขึ้นเป็นสาวสวย ได้คุณแม่มาเป๊ะๆ

และวันนี้เจ๊มีภาพน่ารักของแม่ลูกคู่นี้มาฝากเพื่อนๆกันด้วยจร้า

และไม่พลาดที่จะพาทุกท่านมาอัพเดทภาพของน้องนนนี่ และ แม่สิเรียมมาให้ได้ชมกันคะ

บอกเลยว่าโตเป็นสาวเต็มตัวสวยถอดแบบคุณแม่แอนมาเต็ม

ว่าแล้วเรามาชมภาพพร้อมกันได้เลยค่า

น้องนนนี่ และ แม่สิเรียม

แม่ ลูก

สวยทั้งคู่

นึกว่าพี่กับน้อง

น่ารักไปอีก

ฟินสุดๆ

น่ารักมาก

แอบส่องภาพบรรยากาศหลังงานวิวาห์ของ “เจนี่-มิกกี้” บอกเลยอบอุ่นมาก

0

เจ๊เหมียวมีเรื่องเกี่ยวกับเจ้าสาวป้ายแดงที่เพิ่งผ่านงานวิวาห์มาหมาดๆอย่างนางเอกสาว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” และหวานใจ “มิกกี้ เดอะเฟซ” หลังทั้งคู่จูงมือเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นของเหล่าบรรดาเพื่อนๆ แถมสาวเจนี่ยังยกแก๊งเพื่อนๆไปฉลองงานวิวาห์ที่เกาะสมุยอีกด้วย
และล่าสุดเพื่อนซี๊อย่างสาว “นานา ไรบีนา” ได้โพสต์คลิปบรรยาศสนุกสนานที่มีทั้งเพื่อนๆและหลานๆรวมตัวกันกินข้าว พร้อมระบุแคปชั่นไว้ว่า “ครบรส เพื่อนรัก อาหารที่รัก วิวที่รัก samujanavillas” หูยยย!! บอกเลยว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมากที่มีทั้งอาหารอร่อยๆและคนที่รัก

บรรยากาศหลังฉลองงานวิวาห์

เจ้าสาวป้ายแดงสวยมากเลย

เหล่าบรรดาเพื่อนๆเพียบ

ท่ามกลางความสนุกสนาน

วิวสวย

ลูกๆหลานๆเพียบ

ชมคลิป

ที่มา nanarybena

น่ารักมาก ความรักตากะยาย ตาวัย 86 ขี่รถมา ซื้อทองให้ยาย พร้อมกับบอกแบบนี้

0

เจ๊เหมียวบอกเลยว่าความรักไม่มีพรหมแดนไม่ว่าอายุมากหรือน้อยทุกคนย่อมมีกันอยู่แล้วนิยามของคำว่ารักแท้ พูดถึงความรักทุกคนคงไม่อยากได้ความรักหวือหวา แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่อยากได้ความรักยืนยาว ที่เรียกว่า “รักแท้” แต่บอกเลยว่า ปัจจุบันคนรักกันง่าย หน่ายกันเร็ว เจอหน้ากันก็บอกว่ารักแล้ว ยังไม่รู้จัก รู้ใจกันเลย นี่คือปัญหาของความรักของคนยุคนี้ จึงไม่ค่อยเห็นคู่รักที่อยู่กันยืดยาวจูงมือกันไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนสมัยก่อน

แต่คุณเชื่อไหมว่ารักแท้มีอยู่จริง เพราะวันนี้เรามีเรื่องราวของสองตายาย ที่เรียกได้เลยว่าเป็นรักแท้ ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า มีคุณตาท่านหนึ่ง ได้ขับรถมอเตอร์ไชต์ เพื่อจะไปร้านทอง ซื้อสร้อยคอให้คุณ โดยที่คุณตานั้น ใช้มือข้างหนึ่งในการขับรถ แล้วอีกมือหนึ่งถือไม้เท้าแล้วเดินเข้าร้านทอง ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

ซึ่งเมื่อวันที่ (21 ตุลาคม 2561) ที่ผ่านมา ซึ้งผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ชื่อว่า ก็ได้มีการโพสต์เรื่องราวสุดซึ้งระหว่างความรักของสองตาวัย 86 และยายวัย 82 พร้อมกับเล่าว่า 👴🏻คุณตาใช้มือขวาขี่มอไซ มือซ้ายกำไม้เท้ามาซื้อทองให้คุณยาย จากนั้นก็เดินยิ้มแย้มเข้ามาทักทายแล้วก็หยิบเชือกฝ้ายที่วัดความยาวที่คุณยายใส่พอดีขึ้นมาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสว่า “เอาสร้อยบาทนึง ยาวเท่าเชือกนะ”

หลังจากที่เลือกสร้อยคอได้แล้วคุณตาก็บอกว่า
“เอาจี้ด้วย…เอารูปหัวใจนะ❤️”
“……☺️……” (ไม่รู้จะพูดอะไร ยิ้มอย่างเดียว ^^ รู้สึกจากร้านที่สีแดงก็กลายเป็นสีชมพู💕💕💕💕)

พอเลือกสร้อยและจี้ได้แล้ว ก็เขียนราคาให้เพราะคุณตาหูไม่ดี ต่อรองราคาเสร็จก็หยิบเงินออกมาให้ แล้วก็บอกว่า “ตาตาไม่ดี นับเอานะ” 😊

คุณตาคุณยายเป็นผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกับครอบครัวมานานมาก แต่ก่อนคุณยายยังแข็งแรงก็จะมาด้วยกัน ตอนนี้คุณยาย(82ปี)เดินไม่คล่องแล้ว แต่คุณตา(86ปี)ก็ยังขี่มอไซและเดินด้วยไม้เท้ามาซื้อให้เหมือนเดิม(รอบที่แล้วก็มาซื้อต่างหูดอกไม้ไปให้คุณยาย👵🏻🌷)

ถ้าชีวิตเป็นอมตะโลกคงไม่เป็นเหมือนทุกวันนี้เน้อ แต่เพราะทุกชีวิตมีจุดสิ้นสุด ทุกคนก็เลยอยากจะทำแต่สิ่งดีๆให้กันในตอนที่ยังมีโอกาส 🎁เพราะปัจจุบันจริงๆแล้วก็คือของขวัญ เวลาฝรั่งจากกันเค้าถึงพูดว่า “Goodbye” เพราะทุกการจากลา(Bye) 👋🏼 มีสิ่งดีๆ(Good)อยู่ในนั้นเสมอ🙂

I’m so grateful for having a chance to be (a tiny) part of their story. Thank you so much for reminding me that “There is always a good in goodbye.”👴🏻💝👵🏻

#SomoStory #ธรรมดาแสนพิเศษ #กำลังใจ #CountTheBlessings

คอมเมนต์

(โพสต์ดังกล่าว)

“ติช่า เดอะเฟช” โพสต์คลิปเต้นกับเเฟน แต่แฟนหนุ่มกับโฟกัสจุดนี้

0

เจ๊เหมียวเรียกว่าเป็นอีกหนึ่คลิปที่ทำเอาฮือฮาไปทั้งโซเฃียลอยู่ไม่น้อยในตอนนี้ สำหรับสาวสวยคนดังอย่าง “ติช่า เดอะเฟช” เเละหากใครที่ติดตามผลงานของเธออยู่บอกได้คำเดียวเลยว่า ทุกผลงานเซ็กซี่เเละเร้าใจหนักมาก เเถมล่าสุดเมื่อ “สาวติช่า” ออกมาโพสต์คลิปที่กำลังโชว์เต้นกับเเฟนหนุ่ม ที่เห็นเเล้วถึงกับโฟกัสผิดจุดกันเลยทีเดียว
โดยงานนี้อินสตาแกรม kantichachumma ออกมาโพสต์คลิปพร้อมแคปชั่นที่ระบุว่า “My Latino lover lucaslehmkhl You are unforgettableวันอาทิตย์ก็จะร้อนหน่อย #couple #dance #unforgettable tichasnap tichasnap tichasnap” ชาวเน็ตถึงกับเข้ามาคอมเม้นท์ พี่ยังมีไส้อยู่ไหมม มีความเอวบางมาก

ชาวเน็ตถึงกับคอมเม้นท์

เมื่อเห็นคลิป

ติช่า เดอะเฟช

โชว์เต้น

ทำเอาชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด เอวคือบางมาก
ชมคลิป

ที่มา kantichachumma

เตรียมรับมือไว้เลย กรมอุตุฯ เตือน 20 จังหวัด รับมือพายุ ‘ดีเปรสชั่น’ ถล่มหนักแน่

0

เจ๊เหมียวได้รับรายงานมาจาก กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เตือนประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก หลังพายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทยเคลื่อนขึ้นฝั่งเมื่อคืนนี้

เมื่อวันที่ (21 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทน แจ้งประกาศกรมอุตุนิยม วิทยา “พายุดีเปรสชัน” ฉบับที่ 5 ว่า พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทย หรือที่ละติจูด 11.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 100.5 องศาตะวันออก

มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วม ฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ โดยจะได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 20-22 ตุลาคมนี้

ด้าน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในฐานะ เปิดเผยว่า ปภ.ได้ออกประกาศ เตือนฝนตกหนักบริเวณภาคกลางและภาคใต้ตอนบน โดยบริเวณภาคกลาง และภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อาจทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 20 – 22 ตุลาคมนี้ พร้อมได้ประสาน 34 จังหวัด แยกเป็น ภาคกลาง 20 จังหวัด

ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพมหานคร

ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เปิดใจอดีตพริตตี้ตัวท็อป “แม่ชีสต็อป” จากคนไม่มีศาสนา วันนี้ ขอมุ่งสู่นิพพานเพราะเหตุผลนี้

0

เจ๊เหมียวมีเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่อดีตพริตตี้เงินล้าน เบอร์ 1 ของไทย จะขอละทางโลกมุ่งหน้าเดินเส้นทาง “สายธรรม” ถึงขั้นบวชชี ปลงผม โกนคิ้ว ปลีกตัวจากสังคมแสงแฟลช เข้าป่าปฏิบัติกรรมฐานอดอาหาร เดินจงกรมวันละกว่า 10 ชั่วโมง
จากสาวปาร์ตี้เที่ยวกลางคืน 7 วันยันเช้า จนเกิดวิกฤตเหตุการณ์จุดพลิกผันบางอย่างในชีวิตเหวี่ยงพริตตี้ตัวท็อป สต็อป – ศรัณย์รักษ์ ศิริรำไพวงษ์ สาวสวยผู้มีรูปเป็นทรัพย์วัย 34 ปี เข้าสู่ “ธรรมะ” เพื่อมุ่งสู่การเป็น “อริยบุคคล” ตั้งเป้า “บรรลุโสดาบัน” หวัง “นิพพาน” ให้ได้ในชาตินี้!

จากคนไม่มีศรัทธา เพราะ “ตัวฉันคือพระเจ้า”
แม้บัตรประชาชนของเธอจะระบุว่านับถือ ศาสนาพุทธ แต่เธอบอกชัดว่า ไม่เคยศรัทธา ไม่ได้กระทำตัวเยี่ยงพุทธศาสนิกชนเลย เพราะเธอนับถือตัวเองเท่านั้น!
“อะไรที่เป็นคำสั่งสอนศาสนาพุทธ ต็อปก็สวนทางหมด” เธอเล่าย้อนก่อนที่จะมาสู่เส้นทางสายธรรม ที่แม้บัดนี้ภายนอกรูปลักษณ์จะดูปกติ แต่ “ภายในจิต” กลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“เพราะเราเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองเกินร้อยมาตั้งแต่เด็ก หาเงินใช้เองมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ อย่าบอกว่านับถือศาสนาพุทธเลย เรียกว่าไม่มีศรัทธาเลยดีกว่า เพราะเราไม่เคยเจอความทุกข์ เราอยากได้อะไร เราได้ตลอดอย่างที่ต้องการ เราจึงรู้สึกว่า “ตัวเราคือพระเจ้า” เพราะเราดูแลตัวเอง คิดเอง ทำเอง อยากได้อะไรเราก็หามาได้ด้วยตัวเอง
เราจึงคิดว่า ก็เราทำตัวดี เราก็ได้ดีสิ ขณะเดียวกัน ทำไม่ดี ก็ได้ไม่ดี แต่เราไม่เคยไปศึกษาให้ลงลึกถึง “ดี” และ “ไม่ดี” คืออะไร ที่ศาสนาพุทธสอนไว้ คิดเองเออเองว่าอันนี้ดี อันนี้ไม่ดี โดยมี “กิเลส” เข้าไปปรุง เจือ ว่าสิ่งนี้ดี แต่จริงๆแล้วกิเลสต่างหากที่บอกว่าดี”
แม้ครอบครัวของเธอจะชอบเข้าวัด ทว่าในทุกครั้งที่เธอไปวัดก็ไม่ได้ไปด้วยความศรัทธา พระสวดมนต์ก็นั่งหาว ไม่เคยรักษาศีล 5 เพราะไม่รู้สึกว่าจำเป็น มองว่าเป็นแค่ “กุศโลบาย” นอกจากนี้ เธอยังไม่เชื่อว่า “นรก” มีจริง
“ต็อปคิดเลยนะ ว่าพระท่านสอนให้เรารักษาศีล 5 เพราะเป็นกุศโลบาย ว่าถ้าไม่รักษาศีล 5 จะตกนรก แค่กุศโลบายให้คนทำดีเฉยๆ และไม่เชื่อด้วยว่านรกมีจริง เพราะคิดว่า พระพุทธเจ้าสอนให้รักษาศีล 5 เพื่อป้องกันคนไม่ทำชั่วเฉยๆ
ส่วนคำว่า “อริยทรัพย์” ก็เป็นกุศโลบาย ไม่มีจริง คิดว่าพระหลอก นี่ไง “เราโง่มั้ยล่ะ” ถ้าเราดับขันธ์ไปในตอนนั้นเราก็คงไปนรกอย่างเดียว เพราะคิดแย้งหมดเลย”

นอนจมติดหล่มความทุกข์นับปี
แม้เธอจะบอกว่า “ความทุกข์” เป็นสิ่งที่ไม่เคยเจอ แต่พออายุย่างเข้า 30 ชีวิตก็โน้มให้รู้จักความทุกข์จน “จม” เกือบปี
“ก่อนหน้านี้ก็อาจจะมีทุกข์เบาๆ แต่เมื่อเกิดแล้วก็ดับ เพราะทุกคนต้องมีความทุกข์มาตั้งแต่เกิดแล้ว เรามีทุกข์แต่เรามองไม่เห็น เราไม่รู้ว่ามันคือความทุกข์ ไม่ได้ไปเสพ จึงทำให้เกิดดับ แต่ทุกข์จริงๆ ตอนนั้นคือ การอกหักจากความรัก แล้วเราก็เพิ่งมาอกหักตอนอายุ 30 ทุกข์เพราะเราไปเสพ”
แม้การอกหักครั้งแรกในชีวิตของเธอจะก่อให้เกิดทุกข์ แต่ก็ยังไม่ใช่เหตุให้เข้าสู่เส้นทางธรรมกระทั่งอายุ 33 ปี ย้อนหลังไป 1 ปี เธอสารภาพว่า เป็นเพราะความทุกข์ จากความ “ยึดมั่นถือมั่น” และ “ความคาดหวัง” จากคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจ
“ไม่รู้ว่าเป็นจังหวะที่ถึงเวลาที่อะไรบางอย่างบีบเราเข้าหาธรรมะหรือเปล่า เพราะเป็นความทุกข์ที่ไร้สาระมากเลย อย่างคนที่เรารักไม่เข้าใจเรา เข้าใจเราผิด อารมณ์น้อยใจกันไปมา ไม่พูดคุยกัน ประกอบกับเราเป็นคนที่มีความยึดมั่นถือมั่นทำไมเขาเปลี่ยนไป เมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ ก็เสียใจ สัญญาว่าจะทำแบบนี้ก็ไม่ทำเราก็ผิดหวังในสิ่งที่เราคาดหวัง
คาดหวังกับคน คาดหวังกับคำพูดของคน คาดหวังกับสิ่งที่เราเคยมี คาดหวังจากสิ่งที่เราคิดว่ามันใช่ ด้วยสาเหตุข้างต้นจึงทำให้เราทุกข์มาก ทุกข์กว่าตอนอกหักมาก”
เธอจมอยู่กับความทุกข์ครั้งนี้นานเกือบปี เพราะเธอมัก “แคร์” คนที่รัก จึงเอาใจไปไว้กับคนนั้นเต็มร้อย ผลที่ได้จึง “เจ็บ” หนัก
“เวลาเสียใจเราไม่ได้เสียใจแป้บเดียว เฮิร์ธหนักมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟน เป็นใครก็แล้วแต่ที่เราให้ใจไป เพราะเวลาให้ก็ให้หมด หมดตัวหมดใจ มีอะไรให้หมด”

เธอเล่าว่า จมอยู่กับความทุกข์ ขนาดที่ไม่ไปทำงาน นอนเป็นผักอยู่เกือบปี
“ไม่ทำงานเลย ไม่ดูแลบริษัท ปล่อยให้เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนดู เพื่อนคนนี้ดีมาก ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเพื่อนแท้ เป็นอย่างไร เขาไม่เคยทิ้งเรา อยู่เคียงข้างเราทุกครั้ง
เราก็นอนเปลี้ย นอนทบทวนเรื่องราวที่เป็นทุกข์ ทวนว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เขาบอกจะทำแบบนี้ก็ไม่ทำ จู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่า นี่ใช่มั้ยที่เขาเรียกว่า “ไม่เที่ยง” ผุดขึ้นมาในหัว นี่สินะ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” กฎไตรลักษณ์ ทุกอย่างมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราจะหมายมั่นคำพูดคน หรือสิ่งของ จะคงอยู่แบบนั้นไมได้ โดยเฉพาะกับคน ลิ้นคนพลิกง่ายยิ่งกว่าอะไร เขาพูดแล้วเขาก็ลืม แต่เรากลับจำ ”
ส่วนจุดไคลแม็กซ์ที่ทำให้เธอหันหน้าเข้าสู่ธรรม วันนั้นเธอเปิดเฟซบุ๊กดูพฤติกรรมคนในโลกโซเชียล หลายคนโพสต์ภาพตัวเองกับอาหาร ไปเที่ยว ถ่ายรูปฮิปสเตอร์แต่งตัวสวยๆ นั่งรอคนมากดไลก์ ชื่นชมปลื้มปริ่มกับคำในคอมเมนต์ ทำแบบนี้วนไปเวียนมาทุกวัน แต่ทำไมไร้ซึ่งความสุข ไร้ค่า ทำให้เธอเห็นการเกิดดับ อยากหาอะไรที่เป็นความสุขโดยไม่ปรุงแต่งไม่มีใครหยิบยื่นให้ คุณค่าของชีวิตจริงๆคืออะไร จึงทำให้เธอหันไปฟังธรรมะ
นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางธรรม เข้าวัดปฏิบัติธรรมบวชเนกขัมมะ ถือศีล 8 ในช่วงสงกรานต์ 13 เม.ย 2559 ซึ่งโดยปกติเธอต้องไปอาร์ซีเอ เล่นน้ำ กินเหล้า….
ตั้งเป้า! บรรลุโสดาบัน ให้ได้ชาตินี้!
จากสาวห้าว อารมณ์ร้อน เปรี้ยว ซ่า หากวันไหนเหล้าเข้าปาก จะมีความเป็นนักเลงเข้าสิง ชอบปาร์ตี้เที่ยวกลางคืน เที่ยว 7 วันยันเช้า ไม่เมาไม่เลิก ชีวิตพลิกเลย หักดิบ! ตัดเหล้า ตัดขาดจากการสังสรรค์ 6 เดือนไม่ออกจากบ้าน รักษาศีลเข้าวัดฟังธรรมทุกเดือน
“เมื่อตอนเด็กเป็นเด็กหัวโจก เปรี้ยว ซ่า เป็นผู้นำในทางไม่ดี อยู่ห้องปกครองมากกว่าห้องเรียน แต่ไม่ได้ไปหาเรื่องใครนะ แต่ถ้าใครมาหาเรื่องเราก่อน เราก็ใส่เลย เป็นคนอารมณ์ร้อนมาก รักเพื่อนพ้องมาก หากเพื่อนมีเรื่องเราจะลุยก่อนเลย

พอเริ่มเข้าสู่วงการพริตตี้ คนก็จะมองว่าเป็นสาวหวาน แต่จริงๆนิสัยห้าว เถื่อน เหมือนผู้ชาย และเป็นคนพูดตรง ไม่แอ๊บ ยิ่งเวลาเมา จะยิ่งนักเลงมาก ไม่ได้ชอบกินเหล้า แต่ชอบบรรยากาศแห่งการสังสรรค์เจอเพื่อนฝูง แต่ตอนนี้เหรอก็ยังคงไปเจอเพื่อนฝูงปาร์ตี้เช่นเดิมแต่เปลี่ยนจากดื่มเหล้า เป็นน้ำเปล่า!”
เธอเล่าว่าใช้เวลา 1 ปีเพื่อศึกษาธรรม โดยวัดแรกที่ไปบวชเนกขัมมะ เธอเลือกวัดป่าใน จ.อุดรธานี จากนั้นจึงบวชอีกหลายวัดในเวลาต่อมาแต่ก็ยังไม่ถูกจริต จนมาปฏิบัติธรรมบวชเนกขัมมะที่วัดตรีวิสุทธิธรรม สระกระโจม จ.สุพรรณบุรี เนื่องจากมีความเลื่อมใสศรัทธาพระครูพิทักษ์ศาสนวงศ์ ( หลวงพ่อไก่ ) เจ้าอาวาสวัดตรีวิสุทธิธรรมที่เปิดวัดดูแลรักษาคนเจ็บป่วยฟรี จึงตัดสินใจบวชเนกขัมมะ 10 วัน จึงเข้าใจธรรมะอย่างลึกซึ้งเพราะถูกจริต

“จากนั้นก็ศึกษาว่า ศีล คืออะไร ทำไมต้องรักษาศีล ศีลจะเป็นตัวที่รักษาเรา เป็นเครื่องกั้นเราจากความชั่ว จากนรก เราก็คิด ตกลงนรกมีจริงมั้ย หลวงพ่อหลายท่านพูดถึงเรื่องนรก ตรงกันหมดเลย เราจึงคิดว่า คงไม่ใช่กุศโลบายแล้ว จึงเริ่มกลัว ตกนรก จึงไปค้นหาว่า ต้องทำอย่างไร ต้องเป็นอริยบุคคล ขั้นโสดาบัน
การเป็นอริยบุคคล ขั้นโสดาบัน เป็นสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปสามารถทำได้ โลกสงบสุข ทุกคนก็จะมีแต่ความสุข ไม่ได้เป็น “ขั้นลึก” เป็นธรรมะที่เราสามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แม้จะมีครอบครัว มีสามี มีลูก ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ ปิดประตูอบายภูมิ”

บวชชีทดแทนคุณพ่อแม่
กระทั่งสภาวะจิตก้าวหน้า เริ่มมีสมาธิ สติ ประกอบกับอยากบวชทดแทนบุญคุณให้พ่อแม่ญาติพี่น้องไม่ให้ตกอบายภูมิ ในวันที่ 26 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา เธอจึงได้ตั้งมั่นโกนผมบวชชี 1 พรรษา
“เรารักพ่อแม่ญาติพี่น้องเรามาก ไม่อยากให้พวกเขาต้องทุกข์ทรมาน มี ไม่มี ไม่รู้ แต่พระพุทธเจ้าสอนว่า ธรรมทุกอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนย่อลงมาแล้ว สุดท้ายก็คือ “ความไม่ประมาท” ทุกอย่างพอไม่ประมาท นรก สวรรค์ มีจริง ไม่มีจริง ไม่รู้ แต่ถ้านรกมี แล้วเราคิดว่าไม่มี เราใช้ชีวิตแบบประมาท เราจากไปแล้วนรกมีจริงล่ะ แต่ถ้าเราคิดว่ามีจริง ตั้งใจอยู่ในคุณความดี ถึงจะไม่มีแต่สิ่งที่เราได้ ไม่มีอะไรเสีย มีแต่ได้กับได้
ก่อนบวชชีจึงตัดสินใจชวนพ่อมาบวชที่วัดนี้ เพราะต็อปมาวัดนี้แล้วเห็นคนเจ็บป่วยเป็นคนแก่ เราก็มอง พ่อไม่ค่อยเข้าวัด ไม่เคยปฏิบัติธรรม ไม่เคยฟังเทศน์ฟังธรรมเลย แก่ไปถ้าเจ็บป่วยเป็นอะไรขึ้นมาจะอยู่ภพภูมิที่ไม่ดีหรือเปล่า เราอยากให้พ่อพ้นด้วย โทร.หาพ่อเลย “พ่อรักหนูมั้ย ขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย มาบวชด้วยกันได้มั้ย เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อก็ขึ้นเครื่องมาจากอุดรฯเลย เพื่อมาบวช”

ขณะเดียวกัน เธอเล่าว่า ด้วยรูปร่างหน้าตาความสวยของเธอ ยังเป็นสิ่งที่ทำให้ยึดมั่น หวงแหน เพียงแค่ตีนกา หรืออ้วนขึ้นมานิดเดียวยังรู้สึกทุกข์
“เรารู้เลยว่าเราติดเรื่องรูปลักษณ์ของตัวเองมาก เพราะมองกระจกก็ยังเห็นตัวเองสวย น่ารักอยู่ เราจึงอยากจริงจัง ให้พ่อเชื่อศรัทธาในตัวเรา และใกล้จะวันเกิด ปีนี้จึงตั้งใจบวชเข้าพรรษาเลยดีกว่า แต่จะไม่บวชเนกขัมมะ แต่จะบวชชีปลงผมไปเลย ดูซิ จะยังสวยอยู่มั้ย ผมก็ไม่มี คิ้วก็ไม่มี จะเป็นยังไง เครื่องแต่งตัวสวยๆก็ไม่มี ยังจะติดในรูปลักษณ์ตัวเองอยู่อีกมั้ย จึงตัดสินใจปลงผม”
สำหรับความต่างของการบวชเนกขัมมะ กับการบวชชี เธอเล่าว่า มีความต่างมาก แม้จะถือศีลเท่ากัน แต่การบวชชีครั้งนี้กลับทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าไม่โกนผม เราจะรู้สึกเสียดายมาก
“เรารู้สึกว่า เกิดมาไม่เสียชาติเกิดแล้ว เกิดมาในครอบครัวนี้ และได้บวชชีในวัดนี้ ไม่เสียใจเลยที่เกิดมาเป็นคน จบแล้ว ชีวิตไม่ต้องการอะไรแล้ว ที่เหลือก็ลองผิดลองถูกไป”
เดินจงกรมพิจารณาอสุภะ จนอาเจียน
ในขณะที่บวชชีเธอได้พิจารณาอสุภะ เห็นความเสื่อม ความสกปรกของร่างกาย พิจารณาถึงความไม่งามของกาย
“ระหว่างที่ยังไม่เข้ากรรมฐานต็อปอ่านหนังสือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านสอนให้ละทิ้งตัวตน และสอนให้พิจารณาอสุภะ จากนั้นเราก็ไปเดินจงกรม เราก็พิจารณาคำตามที่ในหนังสือบอก คิดตาม ท่านสอนว่า “ตัวเรามันคิดว่าตัวเราสะอาด มันสวย มันงาม ความจริงแล้วตัวเรานั่นแหละ ที่สกปรกที่สุด อย่างตื่นนอนมาทุกอย่างในตัวเรามีแต่ “ขี้” ขี้ตา ขี้มูก ขี้ฟัน ขี้หู ขี้เล็บ ขี้เต่า ถ้าสะอาด สวยจริง ไม่ต้องไปล้างหน้าแปรงฟันสิ ไม่ต้องอาบน้ำสิ อาบน้ำทำไม ฉีดน้ำหอมทำไม ถ้าสวย น่ารัก สะอาดจริง จะแต่งหน้าทำไม
ข้างในมันมีแต่ของเน่าเหม็น กินอาหารเข้าไปก็อุจจาระออกมา อาหารดีแค่ไหนพอผ่านร่างกายก็เป็นอุจจาระ ตอนเป็นอาหารจับได้ แต่พอผ่านร่างกายเป็นอุจจาระกล้าจับมั้ย
แม้จะสวยหล่อขนาดไหน แต่ข้างในก็เน่าเหมือนกันหมด เรายึดติดกันแค่หนัง เหมือนเรามองคนนี้แล้วเราชอบ ชอบเพราะอะไร เราชอบเพราะหนังที่หุ้มเขาไว้ เพราะว่าหนังตึง ถ้าเป็นหน้าเดิมแล้วเหี่ยวจะชอบอยู่มั้ย อย่างมีคนมาบอกชอบเรา เขาชอบเราเพราะหนังเรายังตึงอยู่ ฉะนั้นคนเราก็หลงกันแค่หนัง ไม่มีอะไรเลย เราจะไปยึดติดอะไรกับคนที่เราชอบ คนที่เรารัก
มนุษย์เราประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ พอลาโลกไปร่างกายก็จะอืดบวม ลิ้นจุกปาก ตาถนน เขียว อืด น้ำหนอง น้ำเหลืองไหลเยิ้ม ในระหว่างเดินจงกรมเราก็คิดภาพคนที่เรารัก เราชอบ เป็นซากศพ ในขณะเดียวกันก็นึกถึงภาพของตัวเองด้วย ว่าเราก็อืดพอง น้ำเหลืองไหล ปรากฏว่า ต็อปอ้วกแตกออกมาหมดเลย เราเห็นตัวเองในรูปเราก็รู้สึกสะอิดสะเอียน คือเราพิจารณาจนเข้าจิต”

ขั้นลึก! เข้ากรรมฐานพิจารณากิเลส
ในการเข้ากรรมฐานจะมีช่วงอดอาหาร 5 วัน สิ่งที่ตกถึงท้องมีเพียงน้ำเปล่า และช่วงทานอาหารได้วันละมื้อ ซึ่งเป็นอาหารมังสวิรัติ ไร้เนื้อสัตว์ ในแต่ละวันเธอจะเดินจงกรมวันละกว่า 10 ชั่วโมง
“ตอนเข้ากรรมฐานต็อปจะปฏิบัติจริงจัง เพราะเป็นสถานที่เงียบ สงบ เหมือนอยู่ในป่าไม่มีอะไรรบกวน ในแต่ละวันก็จะเดินจงกรม นั่งสมาธิ
ทว่า พอขึ้นเดือนที่ 2 กิเลส มันดิ้น แทบอยากจะปีนรั้วออก ทรมานมาก “ไม่ไหวแล้ว อยากกินเนื้อสัตว์” เพราะมีความนิ่งและความสงบ คนเราทุกคนมีกิเลสที่นอนนิ่งอยู่ ฝังอยู่ในจิต เมื่อไหร่ที่เรามาปฏิบัติธรรมมีสติ สมาธิ สงบ จะเห็นกิเลสชัดเจน เรามาปฏิบัติธรรมครั้งนี้เพื่อให้เห็นกิเลส และไม่เอากิเลส เมื่อเราเห็นกิเลสว่า อยากกินหมูปิ้ง นั่นคือกิเลสอยากกิน ก็แค่ดูมัน แต่ไม่ต้องไปดับมัน ละกิเลสด้วยปัญญา รู้ ละ กิเลสไปเรื่อยๆ จิตจะรู้ จะเริ่มละไปทีละเรื่อง ล้างความชั่วออกจากจิต
ต็อปปฏิบัติเพื่อไม่อยากเกิดแล้ว อยากนิพพาน เพราะรู้แล้วว่าการเกิดมันคือทุกข์ ถ้าเกิดว่ามีคนมาบอกว่า เกิดมาชาติหน้าจะมีเงินเป็นหมื่นล้าน เป็นมหาเศรษฐี สวยมาก ต็อปก็ไม่เอานะ ขอไม่เกิด ขอนิพพานดีกว่า
ทุกคนสามารถขึ้นมาเป็นอริยบุคคลได้ถ้าตั้งใจ ดูอย่างต็อปสิ จากคนไม่มีศาสนา ไม่มีศีล ภายใน 1 ปียังมาอยู่ในศีลในธรรมขนาดนี้
ปัจจุบันนี้พ่อต็อปไปสมัครกรรมฐาน เดินจงกรม นั่งสมาธิ รักษาศีล ที่วัดใน จ.อุดรฯ แล้วนะ เห็นมั้ยสิ่งที่เราทำเห็นผล ตอนนี้เราไม่ห่วงพ่อแล้ว พ่อมีอริยทรัพย์แล้ว แต่สำหรับคุณแม่ปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงอะไร”

ลาที “ความรักยึดติด” ชีวิตนี้ขอไม่มีสามี
ส่วนคำถามที่ว่า หลังจากสึกจากการบวชชีแล้ว ชีวิตนี้จะมีคู่ครอง ครอบครัว สามี และลูกมั้ย เธอตอบด้วยความมั่นใจว่า
“แค่คิดว่าจะให้ผู้ชายมากอดจูบ ก็อี๋แล้ว”
“จะให้ไปมีครอบครัว มีเพศสัมพันธ์ มีลูกมีเต้า มันไม่ได้แล้ว คือถ้าจะมีผู้ชายเข้าในชีวิตอยากเป็นเจ้าของเรา แต่งงาน มีลูก ไม่เอา แต่ถ้าเป็นเพื่อนนำพาปฏิบัติธรรมก็ได้ เราไม่ได้เป็นคู่รักกัน ใครคิดยังไงต็อปไม่รู้ แต่ตัวเราไม่ได้คิดอะไรกับใคร
แน่นอนเราไม่สามารถห้ามความรู้สึกของคนอื่นได้ แต่ต็อปเห็นทุกคนเท่ากันหมด ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ถึงต็อปไปกับเพื่อนผู้ชาย เราก็มีความรู้สึกเหมือนไปกับเพื่อนผู้หญิง ไม่ได้รู้สึกพิศวาส ให้ความรู้สึกเท่ากัน มันคือความรักแบบเพื่อนมนุษย์”
นอกจากนี้ เธอยังแนะนำผู้หญิงที่รักสวยรักงามทั้งหลายไม่ต้องเสียเงินจ้างเทรนเนอร์ออกกำลังกายเดือนละหลายหมื่นเข้าฟิตเนส มาปฏิบัติธรรม เดินจงกรม วันละ 3-4 ชั่วโมง ได้สมาธิ สติ ได้บุญกุศล การทำสมาธิเป็นบุญสูงสุด แถมเซลลูไลต์หายด้วย
การนั่งสมาธิยังทำให้หน้าเด็ก ผ่องใส เพราะในขณะนั่งสมาธิ จิตของเราจะนิ่ง ไม่คิดอะไร จิตไม่แส่ส่ายออกไป เหมือนจิตหยุดนิ่ง แม้เวลาของโลกจะเดิน แต่เวลาของจิตจะนิ่ง หยุดแค่อายุตรงนั้น ทำบ่อยๆ หน้าก็จะผ่องใส”
ไม่แปลกใจเลย ทำไมเธอถึงมีใบหน้าออร่าผ่องใสทั้งที่เพิ่งออกจากกรรมฐานอดอาหารมา 5 วันเต็ม!
ประหยัด สมถะ ไม่ยึดติดวัตถุ
ปัจจุบันนี้เธอไม่ได้ทำงานเป็นพริตตี้มา 4 ปีแล้ว แต่ผันตัวเองมาอยู่เบื้องหลังทำ เปิดบริษัทออแกไนเซอร์ โมเดลลิ่ง แม้จะเป็นพริตตี้เงินล้านตัวท็อปเบอร์ 1 แต่เธอเป็นคนประหยัด ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย “พร้อมถึงซื้อ”
“ต้องมีเหลือมากๆ แล้วถึงเจียดเงินส่วนหนึ่งไปซื้อสิ่งที่เราต้องการ อย่างกระเป๋าแบรนด์เนมใบแรกที่ซื้อคือชาแนล ต็อปซื้อตอนอายุเกือบสามสิบนะ ทั้งที่ทำพริตตี้มาตั้งหลายปี มีเงินสามารถซื้อได้นะแต่รู้สึกว่า มันไม่จำเป็น

อย่างรถของต็อป คันที่ขับปัจจุบันนี้ก็เป็นรถที่พ่อให้ ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีรถตัวเอง คันนี้ก็ขับมา 14 ปีแล้ว หลายๆคนถามว่า ทำไมไม่ซื้อรถใหม่ คือเราเอาเงินไปซื้อบ้านแล้ว แต่รถก็เป็นแค่ออปชั่นเสริมบารมี รถเรายังใช้ได้อยู่ รถซื้อมาเพื่อให้คนอื่นมาชื่นชมเรา แต่บ้านจำเป็นกว่ารถ เราเอาเงินไปซื้อบ้าน คอนโด ปล่อยให้คนเช่าดีกว่า เงินที่เรามีควรเก็บไว้สำรองยามฉุกเฉิน และต็อปกำลังจะสร้างสตูดิโอให้คนเช่า ฉะนั้นเราจะซื้อรถเพื่อให้คนมาชื่มเราทำไม ทำไมเราไม่สร้างสิ่งอื่นให้ตัวเองชื่นชมเป็นของเราดีกว่า
ความสุขจากข้างใน แบบที่ไม่ต้องพึ่งสิ่งของ ไม่ต้องพึ่งวัตถุ ไม่ต้องพึ่งคนอื่นมาทำให้เรามีความสุข นี่มันดีจริงๆ มีความสุขแบบพอดี มีความสุขกับสิ่งที่มี ไม่รู้สึกว่าขาด ไม่รู้สึกว่าเกิน พยายามทำให้ดีที่สุด อะไรก็แล้วแต่ มีก็ดี ไม่มีก็ได้ ใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะรัก ใครจะเกลียด ใครจะชม ใครจะด่า ใครจะเข้าใจ ใครจะไม่เข้าใจ มันก็ไม่ได้มีผลกับจิตใจเราเท่าไหร่แล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อน ทุกข์ใจเพราะเอาใจไปยึดติด กับคนอื่น ถ้าเค้าทำดีกับเรา พูดดีกับเรา เราถึงจะมีความสุข แต่ถ้าเค้าทำไม่ดีกับเรา พูดไม่ดีกับเรา เราก็จะไม่มีความสุข เป็นทุกข์”
“มาคิดดูทำไมเราถึงปล่อยให้คนอื่นเป็นผู้กำหนดความสุขของตัวเอง ทำไมเราถึงเอาความสุขของเราให้ไปอยู่ในมือของคนอื่น เหมือนลูกไก่ในกำมือ มันไม่ถูกต้อง หลายๆอย่างในความคิดและจิตใจค่อยๆเปลี่ยนไป เหมือนถูกกะเทาะความโง่เขลาออกไปได้บางส่วน จากโง่มาก เป็นโง่น้อย และเราเชื่อว่ามันจะค่อยๆดีขึ้นเป็นลำดับขั้นการทำงานของมัน
จากวันที่หันหน้าเข้าหาธรรมะเป็นเวลา 1 ปี นิดๆ มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปมากมาย แม้ว่าภายนอกเราจะยังดูบ้าๆบอๆเหมือนเดิม แต่เรารู้ดีว่าภายในเราไม่เหมือนเดิม มันมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป แต่เราก็ไม่รู้ว่าอะไรที่เปลี่ยนไป มันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้แต่รู้ว่ามันดีจริงๆ”
แม้ปลายเดือนตุลาคมนี้ แม่ชีสต็อปจะสึกจากการบวชชีเพื่อกลับมาใช้ชีวิตในทางโลกอีกครั้ง แต่ “ธรรมะ” ก็จะยังอยู่ในจิตใจของเธอตลอดไปแม้จะอยู่ในคราบฆราวาสก็ตาม
“จากนี้ก็จะพยายามศึกษาและปฏิบัติให้ดีขึ้นไปอีก ฝึกฝืน สู้ทนต่อความชั่วความเลวและกิเลสของตัวเองให้ยิ่งขึ้นไปอีก ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็ขึ้นชื่อว่าคน จะดีตลอดเวลาคงไม่ได้ และจะเลวตลอดเวลาก็คงไม่ใช่ อยู่ที่รู้ทันและแก้ไขได้ไหมก็แค่นั้น ไม่มีอะไรสายเกินไป ถ้าเรายังมีลมหายใจ”

error: Alert: Content is protected !!