เราท้องเลยทำข้าวกล่องไปกินที่ทำงาน เผลอหยิบกล่องผิด ที่แม่สามีทำให้น้องสามี

0
89

เรื่องราวต่อไปนี้ที่อยากจะเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องราวของคนที่ชื่อ เหมย โดยเหมยโตมากับผู้ที่เป็นพ่อ ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ เพราะว่าแม่หนีตามผู้ชายคนอื่นไป พ่ออยากจะให้เรามีชีวิตที่สุขสบาย ก็เลยดิ้นรนออกไปหางานทำข้างนอก แล้วก็ฝากเราไว้กับลุงที่บ้าน
พอได้ส่งเงินมาให้เหมยทุกเดือน แต่ก็หลายปีแล้วที่พ่อไม่เคยคิดจะกลับมาบ้านเลย คนเราเริ่มจำความรู้สึกที่มีให้กับพ่อไม่ได้แล้ว ลุงกับป้าดีกับเรามากๆเหมือนเลี้ยงเราเป็นลูกแท้ๆ แม้ว่าเราจะไม่ใช่ลูกพวกเขาก็ตาม แต่ได้อยู่กับเขาแล้วก็มีความสุข พอเราโตพอจะทำงาน เราจะออกจากบ้านนั้นแต่ก็ยังกลับไปเยี่ยมไปคุยเหมือนเดิมทุกเดือน

พอเราได้ออกมาทำงาน เราได้รู้จักผู้ชายที่ชื่อว่าเจีย ซึ่งเรามีสามี ตอนนั้นเราเป็นเด็กใหม่เขาเป็นผู้จัดการ เขาเอาใจใส่ดูแลเรามากๆ ดูแลงานแต่ละส่วนด้วยตัวของตัวเองมาตลอด ถ้ามีปัญหาเขาก็จะช่วยเร่งแก้ไขให้ทันที เขาเป็นคนที่อบอุ่น คอยดูแลเอาใจใส่เราดี เราเองก็แอบชอบเขามาดูตลอด แต่ก็ไม่กล้าบอกออกไป จนในวันหนึ่งเราทำโอที แล้วไฟก็ดับ เขาเป็นห่วงเรามากเป็นพิเศษ ค่อยเข้ามาถามสารพัด จนทำให้เราเริ่มรู้สึกกับเขามากขึ้น และในที่สุดเราก็ได้คบหาดูใจกัน
เราคบกันมาได้ 3 ปีแล้ว แม้ว่าเงินทองจะไม่ค่อยพอใช้สักเท่าไหร่ แต่เขาก็มอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุดให้กับเราเสมอ วันวาเลนไทน์เขาได้ขอเราแต่งงาน เราตอบตกลง พวกเราใช้เงินที่เก็บมาก่อนหน้านี้ซื้อบ้านหลังเล็กๆ แม้ว่ามันจะดูเล็กมากแต่ก็อบอุ่น พอพวกเราตกแต่งทำบ้านใหม่เสร็จ พวกเราก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน และเนื่องจากงานของเรายุ่ง ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดบ้าน เราเลยไปรับแม่สามีมาอยู่ด้วย ซึ่งแกก็ยินดีมาอยู่ แม่ช่วยทำความสะอาดบ้าน ช่วยทำอาหาร เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งปี น้องสามีของเราก็เรียนจบมหาวิทยาลัย เขาได้ทำมาหากินอยู่ในเมือง ก็มาอยู่บ้านเราด้วย ครอบครัวเรามีความสุขมาก

วันนั้นก็เหมือนวันปกติทั่วไป เราเลิกงานกลับมาบ้าน ได้กลิ่นแม่สามีทำอาหาร ก็รู้สึกคลื่นไส้มาก แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก นึกว่าเพราะตอนกลางวันกินเยอะไป จึงรีบวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายครั้งจนสามีถามว่าตั้งท้องรึเปล่า เราก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ พลันนึกออกว่าประจำเดือนไม่มานานแล้ว เราบอกให้เจียแวะซื้อที่ตรวจครรภ์ตอนกลับมาบ้าน นึกไม่ถึงว่าพอเขาได้ยินอย่างนั้นก็รีบลางานกลับมาบ้านทันที เพื่อพาเราไปโรงพยาบาล เราก็ปฏิเสธไม่ได้ หลังตรวจเสร็จ ก็พบว่าเราท้องจริงๆ เรามัวแต่ทำงานยุ่ง จนไม่ได้สังเกต

พอคุณหมอยืนยันแม่สามีก็ดีใจมาก กลับมาถึงบ้าน แกก็บอกให้ระวังห้ามทำนู่นนี่ แกยังบอกให้เจียระวังด้วย แกไม่ยอมให้เราแตะงานบ้านเลย พวกเขาบอกให้เราลางาน แต่เราคิดว่าแค่สองเดือนเอง อยู่บ้านก็เบื่อไม่มีอะไรทำ เราถกกับพวกเขาเรื่องงาน ต่อมาเราก็เลยถูกส่งไปทำงานเอกสารแทน พวกเขาเห็นว่างานไม่หนักมาก ก็เลยยอม
ตั้งแต่เราตั้งท้อง แม่สามีก็ใส่ใจอาหารการกินของเราเป็นพิเศษ ทุกวันจะตื่นแต่เช้ามาทำอาหารเช้าให้ บางครั้งตอนกลางวันไม่ได้กลับบ้าน แกก็เอาข้าวกล่องมาส่งให้ที่บริษัท เรากลัวว่าแกจะเหนื่อยเกินไป บอกว่าเรากินข้างนอกเองก็ได้ แต่แกก็บอกว่าอาหารข้างนอกไม่สะอาด แกไม่วางใจ แกยังยืนกรานที่จะทำให้ เราก็ไม่รู้จะว่ายังไง
วันนั้นตื่นมา เราก็ทำตัวตามปกติ แล้วก็เอาข้าวกล่องอาหารกลางวันที่แม่สามีเตรียมไว้ให้ไปทำงานด้วย เพราะปกติแม่สามีทำเสร็จก็จะวางไว้ตรงนั้น เราเห็นว่าวันนี้แกยุ่ง หยิบข้าวกล่องได้ก็เลยออกมาเลย พอถึงตอนเที่ยง เปิดออกดูก็เห็นว่าเป็นแค่ผัดผักจืดๆไม่มีสารอาหารอะไร

เราถึงได้รู้ว่าแม่สามีทำอาหารให้เรากับน้องสาวสามีไม่เหมือนกัน เพราะเราตั้งท้อง ทุกวันแกจะทำอาหารที่มีประโยชน์และมีซุปให้ ส่วนน้องสาวสามีกินแค่ผัดผักกับข้าว วันนั้นน้องสาวสามีกลับมาบ้านบอกว่าปกติอาหารกลางวันไม่มีอะไร ทำไมวันนี้สมบูรณ์จัง เราได้ยินก็น้ำตาคลอด ถึงแม้เราจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ แต่แม่สามีดีกับเรามากกว่าลูกสาวแท้ๆ ของแกอีก เราซาบซึ้งมาก กลับไปบ้านสวมกอดแกทันที