บะหมี่สองชาม และ สามประโยคของพ่อ

0
81

สุภาษิต – สามประโยคที่พ่อสอนสั่ง

ตอนเด็ก ข้าพเจ้าเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก

เจออะไรดีๆ จะอยากเอามาเป็นของตัวเองให้ได้

โดยไม่ใสใจว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไร

นานเข้าเพื่อนๆ หายไปทีละคนสองคน ลดลงไปเรื่อยๆ

ข้าพเจ้ากลัดกลุ้ม และ หงุดหงิดใจมาก

นอกจากเห็นแก่ตัวแล้ว…

ข้าพเจ้ายังเป็นคนชอบวิพากษ์วิจารณ์คนลับหลัง

มีอยู่คืนหนึ่ง คุณพ่อทำบะหมี่สองชาม

ชามหนึ่งมีไข่ไก่ฟองหนึ่งบนบะหมี่

อีกชามดูไม่มีอะไร มีแต่บะหมี่

คุณพ่อถามข้าพเจ้าว่าจะทานชามไหน

ตอนนั้นไข่ไก่เป็นของหายากมาก

ต้องตรุษจีน หรือ วันเกิด ถึงมีโอกาสได้ทาน

ซึ่ง แน่นอน… ข้าพเจ้าก็เลือกทานชามที่มีไข่

ตอนที่ทานอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้น

เห็นคุณพ่อทานถึงก้นชามแล้ว

ในก้นชามถึงกับมีไข่สองฟอง

ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจ… ที่ตนใจร้อนไม่ได้คิดให้ดี

คุณพ่อเห็นท่าก็ยิ้มแล้วพูดกับข้าพเจ้าว่า… “ ลูกเอ๋ย เจ้าจงจำไว้ที่ตาเห็นนั้นอาจไม่ใช่ ของแท้ คิดจะเอาเปรียบคนอื่น กลับขาดทุนใหญ่หลวงได้นะลูก ” ( ประโยคที่ 1 )

ในคืนที่สอง… คุณพ่อก็ทำบะหม่อีกสองชาม

ดูแล้วเหมือนของคืนก่อนไม่มีผิด

ชามหนึ่งมีไข่โปะอยู่ฟองหนึ่ง

อีกชามหนึ่งคล้ายมีแต่มะหมี่

คุณพ่อให้ข้าพเจ้าเลือก ข้าพเจ้าเสียรู้ไปทีแล้ว

วันนี้ข้าพเจ้าจึงเลือกเอาชามที่ไม่มีไข่

คุณพ่อมองข้าพเจ้าโดยไม่ได้ปริปาก

ข้าพเจ้าจับตะเกียบรีบโกยบะหมีเข้าปาก

ด้วยคิดจะทานไข่ในก้นชามไวๆ

แต่หารู้ไม่ว่า… ในชามนั้น นอกจากบะหมี่และซุบแล้วไม่มีอะไรเลย

และแล้วคุณพ่อกับกล่าวกับข้าพเจ้าว่า… ” ลูกเอ๋ย เจ้าจงจำไว้ให้ดีนะลูก อย่าให้ความสำคัญหรือเชื่อในประสบการณ์มากเกินไป เพราะการดำรงชีวิตมีการพลิกเพลงหลอกเราได้ แต่ลูกก็ไม่ต้องท้อแท้ไม่ต้องเสียใจ ถือว่าเป็นการลิ้มลองเป็นประสบการณ์ก็แล้วกันนะลูก ภูมิปัญญาเหล่านี้หาอ่านจากตำราไม่ได้นะ ” ( ประโยคที่ 2 )

ในคืนที่สาม… คุณพ่อก็ทำมะหมี่สองชามอีก

ดูเป็นแบบเดียวกัน ชามหนึ่งมีไข่ฟองหนึ่ง อีกชามไม่มีไข่

คราวนี้ข้าพเจ้าไม่หุนหันเหมือนสองคืนที่ผ่านมา

ให้คุณพ่อเลือกก่อน ข้าพเจ้าพูดกับคุณพ่อด้วยความเคารพว่า… ” คุณพ่อครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านเหน็ดเหนื่อยกับการดูแลครอบครัวเรามามากแล้ว คุณพ่อเลือกก่อนเถอะครับ “

คุณพ่อเลือกเอาชามที่มีไข่หนึ่งฟอง

ส่วนข้าพเจ้าก็ทานชามที่ไม่เห็นมีไข่

แต่ผิดคาด… ในก้นชามมีไข่อยู่สองฟอง

คุณพ่อเงยหน้าขึ้นพูดกับข้าพเจ้า

ด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน และ เนิบๆ ว่า.. “ ลูกต้องจำไว้ให้ดีนะ เมื่อลูกคิดและทำเพื่อคนอื่นแล้ว ความโชคดีก็บังเกิดกับเราได้นะ” ( ประโยคที่ 3 )

คำพูดของคุณพ่อทำให้ข้าพเจ้ารู้สึก

ละอายใจในตัวเองเป็นอย่างมาก

นับแต่นั้นมา ข้าพเจ้าก็จดจำสามประโยค

ที่คุณพ่อไว้มิรู้ลืม ยึดเป็นหลักในการดำรงชีวิต

ไม่ว่าเป็นการวางตัวหรือปฏิบัติหน้าที่

ก็มักจะคำนึงถึงประโยชน์ของคนอื่นก่อน

ผลก็เป็นอย่างที่คุณพ่อได้สอนสั่งไว้จริงๆ

ทำให้ความโชคดีมาเยือนอย่างคาดไม่ถึง

หน้าที่การงานของตัวเองเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

งานบางอย่างก็ไปแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว