web counter
Home Blog Page 2

ลองคิดดู สร้างวัด แค่พระพออยู่ แล้วหันมาสร้างโรงพยาบาลไม่ดีกว่าหรือ

0

คุณเคยคิดเคยสงสัยหรือไม่ว่าการสร้างวัด แค่ให้พระพออยู่ แต่สำหรับโรงพยาบาลล่ะที่ต้องรองรับประชาชนผู้คนมากมาย เพื่อเข้ามารักษา แล้วหันมาสร้างโรงพยาบาลไม่ดีกว่าหรือ วันนี้เราจึงมีบทความแง่คิดดีๆ ที่รับรองเลยว่าอ่านจบแล้วต้องกลับมาเหลียวมองการทำบุญของเราในทุกวันนี้

เนื้อความมีอยู่ว่า
#ท่านเคยคิดหรือมองมุมมุมนี้ไหมครับ#
วัดมีเงินเหลือร้อยล้านพันล้าน แต่โรงพยาบาลมี”หนี้ร้อยล้าน”
เข้าโรงพยาบาลขอรับบริการฟรีๆดีๆ
เข้าวัด พระตีกระบาลแทบแตก บอกชอบ ต้องบริจาคเงิน”ให้เยอะๆ”
หมอรักษาจนหาย “ดีใจรอดตาย”รีบกลับไปแก้บน สร้างวัด,สร้างวิหาร,ไหว้พระขอบคุณพระ
หมอรักษาไม่ไหว ไปไม่รอดตามวัฎสงสาร กลับด่าหมอ ด่าพยาบาล
ไม่ไปด่าเทวดาที่บนไว้

#มาคิดใหม่ ทำใหม่#
สร้างวัด สร้างวิหารแค่พระพออยู่
แล้วมาสร้างโรงพยาบาลที่ดี มีเครื่องมือแพทย์ทันสมัย
รักษาคนป่วยให้หายไวๆ
ทั้งนี้เรามาสรุปปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างการสร้างวัด สร้างโรงบาล
ปัญหาเรื่องที่ว่า การทำบุญให้โรงพยาบาล กับการทำบุญให้กับวัด อะไรดีกว่ากัน ?
เรามาถึงยุคที่คนไทยไม่เข้าใจกันเสียแล้ว ว่าการทำบุญบริจาคให้กับวัด ทำเพื่อประโยชน์อะไร ? ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีวัดหลายแห่งนำศรัทธามาขาย แต่ไม่ผูกโยงไว้ด้วยปัญญา เช่น สอนกันว่าเงินซื้อนิพพานได้ หรือไม่ก็เน้นกันที่เครื่องรางของขลัง พิธีกรรม สิ่งศักสิทธิ์ มีศรัทธาเป็นเหยื่อ แต่ไม่ใช้ปัญญา ทำให้คนไทยเริ่มห่างวัดมากขึ้น จนท้ายที่สุด คนไทยหลายคนอาจกลายเป็น “คนเกลียดวัด” ไปโดยปริยาย
ผนวกกับแนวคิดแบบสุดโต่งทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่า โรงพยาบาลเป็นสถานที่อันประเสริฐในการช่วยรักษามนุษย์ให้หายขาดจากความ “เจ็บป่วย” จึงให้คุณค่าของโรงพยาบาลดูสูงส่งมากกว่าวัด ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันว่า ทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวัด กับทำบุญสร้างโรงพยาบาล อะไรดีกว่ากัน ?

ง่ายนิดเดียวสำหรับคำถามนี้ เราแค่ต้องขบคิดให้แตกฉานเสียก่อนว่า โรงพยาบาลมีความสามารถอะไรที่วัดไม่สามารถกระทำได้ และ วัดมีความสามารถอะไรที่โรงพยาบาลไม่สามารถกระทำได้บ้าง ?
โรงพยาบาล อาจรักษาคนที่ป่วยไข้ทางกายได้ แต่โรงพยาบาลไม่สามารถสมานแผลทางจิตใจได้ โรงพยาบาลไม่ได้ช่วยให้มนุษย์รู้จักละความโลภ โกรธ หลง เช่นเดียวกับที่วัดไม่สามารถรักษาโรคทางกาย ในเชิงวิทยาศาสตร์แบบที่โรงพยาบาลสามารถทำได้
โรงพยาบาลอาจยื้อชีวิตมนุษย์ให้ยืดยาวออกไป แต่โรงพยาบาลก็ไม่ได้บอกความจริงกับมนุษย์ว่า ร่างกายนี้เป็นของชั่วคราว ถ้าเราไปยึดมันมาเป็นของเราอย่างถาวร เราจะเป็นทุกข์…โรงพยาบาลไม่ได้บอกเราแบบนี้หน้าที่ของโรงพยาบาล คือ ทำยังไงให้ร่างกายนี้ยังคงทำงานต่อไปให้ได้นานและมีประสิทธิภาพที่สุด
วัด รักษา “โรค” ทางกายแบบโรงพยาบาลไม่ได้ แต่วัดช่วยเยียวยา “ความทุกข์” ในใจคนได้ ซึ่งวัด (ที่ดี) จะสอนให้คนไม่ยึดเอาอดีตที่เจ็บปวด มาเป็นธนูดอกที่สอง ซึ่งคอยทิ่มแทงเราก่อนนอนทุกคืน วัดไม่สามารถช่วยให้เราปราศจาก “โรค” แบบโรงพยาบาลได้ แต่วัดช่วยให้เราหมด “ภัย” ด้วยการรู้จักให้ “อภัย” ได้
ซึ่งแตกต่างจากโรงพยาบาลที่ช่วยให้เราหมด “โรค” แต่อาจไม่หมด “ภัย” อีกทั้งวัดยังช่วยให้เราเบิกบานจากการมีสติ ไม่เอาเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตมาเป็นบ่วงรัดคอตน
ทีนี้ ทำบุญบริจาคกับวัด หรือ ทำบุญบริจาคกับโรงพยาบาล ควรเลือกอย่างไหน ?
ตอบ : ควรเลือกทั้ง 2 อย่าง ถ้าเราลองพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็จะพบว่า สังคมเราต้องการทั้งโรงพยาบาลและวัด เราต้องการทั้งสถานที่ ๆ เยียวยาทั้ง “ร่างกายและจิตใจ”

พุทธองค์แสดงให้เราเห็นเป็นตัวอย่างโดยการถนอมร่างกายเอาไว้เพื่อทำคุณประโยชน์แก่โลก (พุทธเจ้าจึงไม่ดื่มเหล้า เสพของเมา และละทิ้งการทรมานตน) เราก็ควรจะเอาเยี่ยงอย่าง หากเราเจ็บป่วยก็เข้าโรงพยาบาล มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน
มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย เราก็รักษาร่างกายไปเพื่อหวังว่า จะมีพรุ่งนี้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ต่อโลก ต่อผู้อื่น ได้ทำหน้าที่ ที่ยังค้างคาอยู่ ทั้งหน้าที่ของพ่อ แม่ สามี ภรรยา หน้าที่ของลูก และหน้าที่การงาน โดยไม่ต้องหวังที่จะหอบสังขารหนีจากความตาย เพราะมันเป็นไปไม่ได้
ในส่วนของ จิตใจ ที่พึ่งพิงอาศัยอยู่ในกาย ทั้งยังมีอำนาจอยู่เหนือกายด้วย “จิต/ใจ เป็นนาย กายเป็นบ่าว” ถ้ามนุษย์ไม่พึงพัฒนาให้มี จิต/ใจ ที่ดีงาม ปราณีต ชีวิตก็จะมีแต่กายที่เที่ยวทำตามแต่ตัณหา อันมีกิเลสเป็นเหยื่อล่อ โลกก็จะลุกเป็นไฟจากการเบียดเบียนกัน โดยหวังเพียงเพื่อแสวงหาความสุขนอกกายเป็นสำคัญ
ทีนี้บางคนอาจเถียงว่า “ชีวิตฉันไม่ต้องมีวัด จิตใจฉันก็ประเสริฐอยู่แล้ว” ก็ต้องบอกว่า ขออนุโมทนากับท่านที่เกิดพุทธิปัญญาแบบนี้ได้โดยไม่ต้องเข้าวัดหรือไม่ต้องศึกษาพระธรรม แต่อยากจะร้องขอให้ท่านมีความเมตตาต่อสัตว์โลก ที่ยังไม่สามารถก้าวข้ามความทุกข์ไปสู่ทางพ้นทุกข์ได้ แต่ละคนมีสติและปัญญาไม่เท่ากัน ได้โปรดเห็นใจและช่วยเหลือสัตว์โลกที่มีปัญญาไม่เท่าพวกท่านด้วย “ท่านอาจไม่ต้องการวัด แต่คนอื่น ๆ อาจต้องการวัด”
ท้ายที่สุดคงต้องมองดูการบริจาคด้วย ‘สติ’ และ ‘ปัญญา’ โดยคำว่า “บริจาค” มาจากคำว่า ‘ปริจจาคะ’ หมายถึงการเสียสละ แต่ถ้าจะพูดให้แลดูไม่ถูกเอาเปรียบนัก อาจต้องใช้คำว่า “เผื่อแผ่” และก็คงจะดีไม่น้อย ถ้าเราจะเผื่อแผ่อะไรบางอย่างในชีวิตของเรา เพื่อต่ออายุทางกายให้กับผู้อื่น และช่วยเยียวยาความทุกข์ในใจของผู้อื่นได้ด้วย ….คุณว่าจริงไหม ?

หนูน้อยเสียงดี ขอโชว์ร้องหมอลำกลอน ฟังแต่ละท่อน ไปตั้งคณะได้เลยนะเนี่ย ชมคลิป

0

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าเรื่องราวที่เรียกเสียงชื่นชมเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “Gulthida Khumyong” ได้มีการโพสต์คลิปของหนูน้อยคนหนึ่ง ที่กำลังโชว์สกิลการร้องหมอลำกลอน ที่เรียกได้ว่าฟังแล้วก็ต้องหลงไหลในทำนองการร้องของหนูน้อยคนนี้ เป็นอีกหนึ่งศิลปะวัฒนธรรมของทางภาคอีสาน ที่นับวันยิ่งหาผู้สืบสานได้ยากขึ้นเนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่หนูน้อยคนนี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า หมอลำกลอนนั้นก็มีดีไม่แพ้ใคร

สุดยอดมาก

น่ารักมาก

ชมคลิป

ขอบคุณ Gulthida Khumyong

น้องฟิวส์ บิวตี้ รับทำผมในห้องเรียน เผยรายได้ต่อวัน

0

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าสำหรับเรื่องราวที่ชาวเน็ตแห่แชร์และให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ ย่งยี่ ลูกสาวหล้า เอาแต่ใจ ได้ออกมาโพสต์ภาพและเรื่องราวโดยได้ระบุข้อความว่า…
ไปคุมสอบห้อง 426 ปรากฎว่า…..มีร้านเสริมสวยอยู่ในห้อง#น่ารัก #ปนขำ

โพสต์ดังกล่าว

จากการสอบถาม น้องฟิวส์ กล่าวว่า ตนเองรับทำผมให้เพื่อนจริงๆ มีเพื่อนมาทำผมด้วยวันหนึ่ง 4- 5 คน ส่วนใหญ่ที่มาทำก็มามัดรวบผมบ้างถักเปียบ้าง ตามแต่ใจที่เพื่อนชอบจะให้ทำแบบไหนก็จะทำทุกทรง ส่วนราคาคิดแค่ 5 บาท ทุกทรง ที่มาทำเพราะเห็นว่าเพื่อนทักเปียกันเยอะมาก ก็เลยมีแนวคิดที่จะทำผมให้เพื่อนแลกกับเงิน คือเพื่อนได้ความสวยกลับไปส่วนตัวเองก็ได้เงิน
น้องฟิวส์ ยังกล่าวอีกว่า ตัวเองทำผมให้เพื่อนมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แต่ตอนนั้นไม่ได้เก็บเงินเพื่อน เพิ่งจะมาเก็บตอนอยู่ ม. 5 ส่วนรายได้ดีพอสมควรเพราะบางทีข้าวเที่ยงไม่ต้องควักเงินตัวเองจ่ายเลย

น้องฟิวส์

รายได้ดีมาก อิอิ

เปิดวาร์ป น้องแตงโม เด็กม.3ที่โตไว และสวยสุดๆ

0

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าสำหรับ น้องแตงโม เด็กนักเรียนชั้น ม.3เริ่มมีกระแสขึ้นมาทันทีที่เธอใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนเธออายุเพียง 14 -15 บอกเลยว่าเธอนั้นมีหน้าตาที่ดูจะโตกว่าวัย สรีระทรวดทรงดูดีไปหมด งานนี้ชาวเน็ตมอบตำแหน่งว่าที่เน็ตไอดอลคนดังให้เธอเรียบร้อย

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

ภาพจาก tangmocnt

เจ๊น้ำ ได้เฮรอบ 2 ถูกหวย ลั่นเจ๊บอกนะ ไม่ใช่ไม่บอก ชมคลิป

0

นนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าก่อนหน้านี้ก็สร้างความฮือฮามาแล้วรอบหนึ่งสำหรับ เจ๊น้ำ แม่ค้าออนไลน์ ที่เจ้าตัวนั้นได้โพสต์ภาพถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ซึ่งเป็นรางวัลที่ 4 โดยได้เงินไปถึง 40,000 บาทครั้งนั้นต้องบอกเลยว่าสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก แล้วใครที่ติดตามเจ๊น้ำจะรู้เลยว่า ก่อนหวยออกวันหนึ่งเจ๊น้ำพ่อไปขอศาลหรือเอาแป้งไปขูดหาเลขซึ่งงวดที่ผ่านมานี่เจ๊น้ำก็ได้โพสต์คลิปเลขเช่นกันและผลเป็นไปตามคาด

เจ๊น้ำถูกลอตเตอรี่อีกงวดหนึ่งโดยทั้งนี้เจ้าตัวได้โพสต์ภาพยืนยันพร้อมแคปชั่นที่ว่า…… ถูกหวยคับ เย้ๆๆๆๆ 67 งับ เลขที่ได้ที่สะพานพระรักษ์พระราม คับ ซึ่งก่อนหน้านี้หวยออก 1 วันเจ๊น้ำก็ได้โพสต์คลิปดังกล่าวให้ทุกคนได้ชมกันแล้วซึ่งใครที่ติดตามก็คงจะถูกตามกันอย่างแน่นอนเอาเป็นว่าคิดก่อนหน้านั้นจะเป็นอย่างไรเราไปชมอีกรอบนึง

เลขที่ออก

งวด1 ธันวาคม 2561

ชมคลิป

ขอบคุณ ณัฐนัน ต้นศึกษา

ธอร์ ร้องจ๊าก เมื่อมา กรุงเทพฯ เจอรถติด ชาวเน็ต แซวฮา ชมคลิป

0

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าสำหรับเรื่องราวที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจได้มีการโพสต์คลิปสั้นๆ ขณะที่พระเอกหนุ่มฮีโร่ “คริส เฮมส์เวิร์ธ” ต้องมาเจอกับบรรยากาศรถติดที่เมืองไทย โดยระบุแคปชั่นว่า “ความรู้สึกในเช้าวันจันทร์ของ ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า กับชีวิตดีๆ ที่ลงตัวของคนกรุงเทพ” หลังจากที่ได้เผยแพร่คลิปออกไป ก็ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย บ้างก็แซวขำๆว่า ถ้ารถไม่ติดแสดงว่าคุณมาไม่ถึงประเทศไทย หรือแซวให้สร้างสะพานไบฟรอสรอ เรียกได้ว่าแม้แต่เทพเจ้าสายฟ้าก็ยังต้องยอมสยบให้กับรถติด

ภาพจาก Major Group

ภาพจาก Major Group

คอมเม้นต์ชาวเน็ต

ชมคลิป

ขอบคุณ Major Group

สองพี่น้อง เห็นยายขายกล้วย ช่วยเหมาหมด งานนี้ถึงกับน้ำตาไหล

0

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าสำหรับเรื่องราวดี ๆ ที่มีการแชร์ส่งต่ออย่างมากมายในโลกโซเชียล สำหรับกรณีเมื่อสมาชิกเฟซบุ๊กใช้ชื่อ “Chakrit Kongsanit” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและพี่ชาย ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังซื้อกล้วยทอดกับคุณยายรายหนึ่งที่เข็นมาขาย ในช่วงเวลาตี 4 เมื่อทั้งสองคนเห็นดังนั้นจากที่ตอนแรกเหมากล้วยทอดทั้งหมดเป็นเงิน 110 บาท ได้ตัดสินใจจ่ายให้ยายไป 500 บาท เพื่อหวังว่ายายจะได้กลับบ้านไปพักผ่อน

ทั้งนี้ สมาชิกเฟซบุ๊กใช้ชื่อ “Chakrit Kongsanit” ได้โพสต์ข้อความบรรยายรายละเอียดเอาไว้ว่า ตี 4 กว่าแล้ว เจอคุณยายยังเข็นรถขายกล้วยทอดอยู่เลยครับ ผมกะไปเหมาทั้งหมด 110 บาทพี่ชายผมบอกให้แกไป 500 ไม่ต้องทอนคุณยายถึงกับร้องไห้เลย สงสารคุณยายจะได้นอนพักผ่อนนะครับท่านใดเจอช่วยอุดหนุนแกด้วยนะครับ#รสชาติอร่อยมากๆครับ #ทีมงานอัศวิน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ดังกล่าวอย่างมากมาย รวมทั้งมีการแชร์ออกไปกว่า 1 หมื่นแชร์ โดยความเห็นชาวเน็ตส่วนใหญ่ระบุว่าปลื้มน้ำใจของพวกคุณมากค่ะ,พวกคุณสุดยอดไปเลยนี่และคนมีน้ำใจเผื่อแผ่มนุษย์ด้วยกัน,คุณน้องคะคุณเป็นคนมีน้ำใจกับคนแก่มากๆๆขอให้คุณจงมีแต่ความสุข,คุณเป็นคนดีมากเลยครับ…ขอปรบมือให้นะครับ เป็นต้น

ความเห็นจากชาวเน็ตระบุว่าแว๊บแรกโกรธนึกว่าไปทวงเงินยาย อ่านไปอ่านมา อ้อออ ปรบมือเลยค่ะ ขอบคุณที่เป็นคนดีๆ จิตใจดีๆ ขอให้เจริญๆ นะคะ,ชื่นชมน้ำใจค่ะ,คุณคือคนดีมีน้ำใจ.ขอให้เจริญๆนะครับ,ทุกคนช่วยกันแบบนีละดีๆๆดีกว่าพวกรวยแล้วทำตัวไร้สาระไปวันๆๆ,คุณยายขายแถวไหนคะ,คนที่เขามี ควรแบ่งปันครับ, ชื่นชมในน้ำใจของพวกคุณมากครับ, สุดยอดมาก นี่สิคนจริง เป็นต้น

สองหนุ่มน้อย คนป่าพาย่างไส้กรอก พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด ชมคลิป

0

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าสำหรับเรื่องราวที่ทำเอาชาวเน็ตหลายคนที่ได้เห็นถึงกับต้องน้ำลายสอกันเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดทางด้านเฟซบุ๊กนามว่า “รู้สึกสบายดี” ได้ออกมาเผยแพร่ถึงเรื่องราวของหนุ่มน้อยสองคนได้นำ เอาไส้กรอกพวงหนึ่งมาย่างกินกันในป่า พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด บอกเลยว่าน่าอร่อยสุดๆ ว่าแล้วไปชมกันเลยค่ะ

ได้ไส้กรอกมาแล้ว

จุดไฟได้เลย

กระทะหินพร้อม

ทำน้ำจิ้มสูตรเด็ด

ย่างใส้กรอก

ใกล้สุกแล้ว

น้ำจิ้มสูตรเด็ด

สวยงามน่าทาน

น่าทานสุดๆ

มากินกันเลย

อร่อยเด็ด

ชมคลิป

ขอบคุณ รู้สึกสบายดี

2 พ่อ-ลูกขี่จยย. เสยท้ายรถตู้ พระเอกหนุ่มคนดัง ชาวบ้านต่างพูดถึง กับสิ่งที่เขาทำ

0

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ตู้ส่วนบุคคล บริเวณถนนบ้านหนองชี้ตุ่น ตำบลวังกระทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หน่วยกู้ชีพวังกระทะ พร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ส่วนบุคคลยี่ห้อ Toyota Alphard สีดำ ถูกรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำแดงขาว หมายเลขทะเบียน งตม.378 นครราชสีมา ชนเข้าที่ท้ายรถตู้ได้รับความเสียหาย รถล้มอยู่ในที่เกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย 1 รายและเด็ก 1 ราย


หน่วยกู้ชีพตำบลวังกระทะ และ หน่วยกู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่องทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา


ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่ารถตู้สีดำเป็นดาราหนุ่มชื่อ”เขตต์ ฐานทัพ”ที่มีชื่อและนามสกุลจริงว่านายธฤษณุ ธีญานาถธนันชา เดินทางมาทำธุระที่อำเภอปากช่อง นครราชสีมา ที่มีคนขับรถพาดาราหนุ่ม ขับชะลอรถเพื่อจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่ร้านร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณเกิดเหตุ ขณะนั้นมีรถจักรยานยนต์ของสองพ่อลูกที่ขับขี่ซ้อนท้ายมาตามหลัง ไม่ทันระวังว่ารถตู้จะเลี้ยว


และคงมองไม่เห็นจึงชนท้ายรถตู้ของดาราหนุ่ม โดยที่ เขตต์ ฐานทัพ ดาราหนุ่มก็ได้จอดรถและได้ลงไปดูพร้อมช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย ก่อนที่หน่ายกู้ภัยจะเดินทางไปถึง นอกจากนั้นดาราหนุ่มรูปหล่อคนนี้ได้แสดงความรับผิดชอบดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งญาติผู้บาดเจ็บก็พอใจกับความมีน้ำใจของดาราคนนี้

วิธีทำหมูสไลด์ ด้วยตนเอง บางสวย ไม่ต้องไปซื้อราคาแพง ชมคลิป

0

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าหมูสไลด์ คงเป็นเมนูที่หลายคนนิยมนำมาใช้งานกันบ่อยๆ ยิ่งบ้านไหนชอบรับประทานหมูกระทะ ก็คงต้องมีหมูสไลด์ เป็นวัตถุดิบประกอบอย่างแน่นอน ซึ่งทุกวันนี้หมูสไลด์ก็มีขายทั่วไป แต่อาจจะมีราคาสูงกว่าหมูธรรมดาที่ยังไม่ได้สไลด์มาสำเร็จรูป

วันนี้เรามีวิธีการทำ “หมูสไลด์” แบบทำเองได้ง่ายๆที่บ้านมาฝากกันค่ะ ขั้นตอนแรก นำหมูที่ซื้อมาเป็นก้อน ไปแช่แข็ง ให้มีลักษณะเป็นทรงดังภาพ เมื่อหมูแข็งได้ที่จึงนำมีดปอกผลไม้ มาสไลด์เป็นแผ่นๆ ก็จะได้หมูสไลด์เป็นแผ่นบางสวยงาม

มีดปอกผลไม้

น้ำมาสไลด์ก้อนเนื้อหมูที่แข็ง

ชมภาพ

ชมภาพ

ชมคลิป

error: Alert: Content is protected !!